06 สิงหาคม 2557

ประวัติพระพุทธรูปในสมัยสุโขทัย

ประวัติพระพุทธรูปในสมัยสุโขทัย
ประวัติความเป็นมา
            สุโขทัยเป็นรัฐโบราณที่อยู่ในบริเวณลุ่มแม่น้ำยม สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นเมื่อประมาณตอนกลางพุทธศตวรรษที่ 18 โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่วัดพระพายหลวง เป็นรัฐที่มีความสัมพันธ์กับขอมและละโว้ หรือลพบุรีในปัจจุบัน หลักฐานที่เป็นประจักษ์พยานคือ วัดพระพายหลวง วัดศรีสวาย ซึ่งเป็นศาสนสถานในศาสนาพุทธ นิกายมหายาน และศาลตาผาแดง ซึ่งเป็นเทวสถาน ต่อมาในสมัยพ่อขุนรามคำแหงได้มีการย้ายเมืองมาตั้งอยู่บริเวณที่เป็นเมืองโบราณสุโขทัยที่รู้จักกันในปัจจุบัน  โดยมีศูนย์กลางคือวัดมหาธาตุ เมืองแห่งใหม่นี้ได้สร้างขึ้นทางทิศใต้ของเมืองเก่า มีกำแพงเมืองด้านทิศเหนือติดกับคูเมืองด้านทิศใต้ของเมืองสุโขทัยเดิม
  ที่มา  http://www.andaman-amulet.com
จากหลักฐานด้านจารึกให้ข้อมูลทางประวัติศาสตร์ว่าเมืองสำคัญในแคว้นสุโขทัยมีทั้งหมด 5 เมืองคือ เมืองศรีสัชนาลัย เมืองสรลวงสองแควหรือพิษณุโลก เมืองสุโขทัย และเมืองชากังราวหรือเมืองพิชัย ซึ่งเจ้าเมืองเหล่านี้ต่างก็เป็นญาติพี่น้องกัน โดยมีเมืองสุโขทัยเป็นเมืองของผู้นำที่จะเข้ามาปกครองดินแดนเหล่านี้ ดังนั้นผู้ที่จะขึ้นมาปกครองแคว้นสุโขทัยจึงต้องเป็นผู้มีบุคลิกภาพสูงทั้งในทางโลกและในทางธรรม ไม่เช่นนั้นเมืองต่าง ๆ เหล่านี้ก็จะตั้งตนเป็นอิสระ ดังเช่นหลังสิ้นรัชสมัยของพ่อขุนรามคำแหง เมืองเหล่านี้ก็ตั้งตนเป็นอิสระ แคว้นสุโขทัยจึงสลายไปครั้งหนึ่ง ก่อนที่พระมหาธรรมราชาลิไทจะรวบรวมขึ้นใหม่อีกครั้ง
ในทางประวัติศาสตร์สุโขทัยมีความหมายอยู่ 3 ประการคือ ความหมายในฐานะที่เป็นแคว้นโบราณ ความหมายในเชิงศิลปะ และความหมายที่เป็นชื่อเมืองสุโขทัย ซึ่งความหมายในฐานะที่เป็นแคว้นโบราณนั้น สุโขทัยหมายถึง ดินแดนที่ประกอบด้วยเมืองต่างๆโดยมีสุโขทัยเป็นศูนย์กลาง เมื่อเทียบกับปัจจุบันดินแดนเหล่านี้อยู่ในเขตพื้นที่การปกครองของจังหวัดนครสวรรค์ กำแพงเพชร พิษณุโลก บางส่วนของจังหวัดเพชรบูรณ์ ตาก และอุตรดิตถ์ โดยการรวบรวมบ้านเมืองให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันนั้นขึ้นอยู่กับผู้นำที่เข้มแข็ง ซึ่งการรวบรวมบ้านเมืองในประวัติศาสตร์สุโขทัยนั้นมีทั้งหมด 2 สมัยคือ สมัยพ่อขุนรามคำแหง และสมัยพระมหาธรรมราชาลิไท
          ศิลปะสุโขทัยเริ่มตั้งแต่เมื่อแคว้นสุโขทัยรับพระพุทธศาสนาเถรวาทจากลังกา ตั้งแต่สมัยพ่อขุนรามคำแหงเมื่อพุทธศตวรรษที่ 19 ศิลปะสุโขทัยจัดได้ว่าเป็นศิลปะไทยที่งดงามที่สุด และมีลักษณะเฉพาะของตัวเอง โดยเฉพาะพระพุทธรูปสุโขทัยซึ่งมีลักษณะเด่นคือ พระรัศมีเป็นเปลวเพลิง ขมวดพระเกศาเป็นก้นหอย พระพักตร์รูปไข่ พระขนงโก่ง พระนาสิกงุ้ม พระโอษฐ์อมยิ้มเล็กน้อย พระอังสาใหญ่ บั้นพระองค์เล็ก ครองจีวรยาวลงมาจรดพระนาภี ปลายจีวรเป็นลายเขี้ยวตะขาบ นอกจากนี้ในสมัยสุโขทัยยังนิยมทำพระพุทธรูปตามอิริยาบถทั้งสี่คือ ยืน เดิน นั่ง และนอน ศิลปะสุโขทัยไม่เพียงแต่ทำกันในแคว้นสุโขทัยเท่านั้นแต่ได้ส่งอิทธิพลให้แก่ศิลปะอยุธยา แม้ว่าจะถูกรวมเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรอยุธยาแล้วก็ตาม
 สุโขทัยนอกจากจะมีพระพุทธรูปที่มีลักษณะเฉพาะของตัวเองแล้ว ยังมีสถาปัตยกรรมที่มีลักษณะเฉพาะของตัวเองอีกด้วยคือ เจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ ซึ่งเป็นเจดีย์ที่พัฒนารูปแบบมาจากปรางค์ ลักษณะทำเป็นฐานสี่เหลี่ยมสามชั้น ยอดเป็นทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ หรือทรงดอกบัวตูม ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของพุทธศาสนา เจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์พบโดยทั่วไปในเมืองสำคัญสมัยสุโขทัย เช่นที่จังหวัดสุโขทัย พิษณุโลก ตาก เพชรบูรณ์ นอกจากนี้ยังพบที่วัดสวนดอก จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งขึ้นไปพร้อมกับพุทธศาสนานิกายเถรวาทที่พระมหาธรรมราชาลิไทส่งพระสุมนเถระขึ้นไปเผยแพร่
ที่มา http://www.andaman-amulet.com
          ศิลปะสุโขทัยได้ส่งอิทธิพลให้แก่ศิลปะอยุธยาอย่างมาก แม้แคว้นสุโขทัยจะถูกรวมเป็นส่วนหนึ่งของกรุงศรีอยุธยา โดยมีฐานะเป็นกลุ่มเมืองเหนือของกรุงศรีอยุธยา อิทธิพลศิลปะสุโขทัยได้ปรากฏอย่างมากในศิลปะสมัยอยุธยาตอนต้น ลักษณะโดยทั่วไปของพระพุทธรูปในศิลปะนี้คือ มีไรพระศก ฐานเป็นหน้ากระดานแอ่นเป็นร่องเข้าข้างใน ตามแบบศิลปะที่ทำสืบกันมาของอยุธยาเอง และพระพักตร์รูปไข่ พระวรกายเพรียวบาง ซึ่งเป็นลักษณะของอิทธิพลศิลปะสุโขทัย โดยพบพระพุทธรูปรุ่นนี้จำนวนมากในกรุพระปรางค์วัดราชบูรณะ 

05 สิงหาคม 2557

สถานที่ประดิษฐาน

                             พระพุทธรูปสำคัญในสมัยสุโขทัยที่ประดิษฐาน ณ ที่ต่าง ๆ ดังนี้ 
  พระพุทธรูปประทับยืน  แสดงปางลีลา  เป็นพระพุทธรูปหล่อด้วยสำริด   สมัยสุโขทัย เป็นพระพุทธรูปภายในพระระเบียงคด  วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร กรุงเทพมหานคร ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้อัญเชิญมาจากวัดราชธานี จังหวัดสุโขทัย มีขนาดความสูง 203 เซนติเมตร กล่าวกันว่าเป็นพระพุทธรูปปางลีลา สำริดที่สวยงามที่สุดในประเทศไทย
            พระศาสดา  พระประธานในพระอุโบสถ  วัดสุวรรณารามราชวรวิหาร เป็นพระพุทธรูปหล่อด้วยสำริดประทับนั่งแสดงปางมารวิชัย  สูงตลอดจนถึงพระรัศมี  8 ศอก  1  คืบ  8  นิ้ว  หน้าตักกว้าง  6  ศอก 1 คืบ  
สมเด็จพระบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ  ทรงสันนิษฐานว่าเป็นฝีมือเดียวกับช่างที่หล่อพระศรีศากยมุนี  อาจจะอัญเชิญมาจากวัดมหาธาตุสุโขทัย  ในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกรัชกาลที่1 พร้อมกับพระศรีศากยมุนี ชาวบ้านเรียกกันว่า  “พระศาสดา”
            พระพุทธรูปประธานในพระอุโบสถ  วัดหงส์รัตนาราม  เขตบางกอกใหญ่  กรุงเทพมหานคร   มีจารึกว่าหล่อขึ้นใน  พ.ศ.  2963  หรือ  1966  เป็นพระพุทธรูปประทับนั่งแสดงปางสมาธิ มีขนาดหน้าตักกว้าง  2.50  เมตร สูง 3.50 เมตร ประทับอยู่บนฐานบัวหลายชั้น พุทธลักษณะคือ  พระนลาฏค่อนข้างกว้างแนวเม็ด
พระศกที่จรดกันเป็นมุมแหลมกลางนลาฏ  ยังเป็นแบบหมวดใหญ่เปลือกพระเนตรโปน โอษฐ์มีขนาดเล็กพระอังสากว้าง บั้นพระองค์เล็ก  ชายจีวรเป็นแถบเล็กยาวจรดอุทร และแยกปลายเป็นรูปเขี้ยวตะขาบ รัชกาลที่ 1 โปรดฯ ให้อัญเชิญมาจากสุโขทัย
  พระศรีศากยมุนี หรือที่ชาวกรุงเทพฯ ทั่วไปเรียกว่าหลวงพ่อโตวัดสุทัศน์เป็นพระประธาน ณ พระวิหารหลวงวัดสุทัศน์เทพวราราม หล่อด้วยโลหะสำริดปิดทอง มีขนาดใหญ่มากองค์หนึ่งของประเทศ มีขนาดหน้าตักกว้าง  6.25 เมตร (หน้าตักกว้าง 3 วา 1 คืบ มีความสูง 4 วา)
พุทธลักษณะพระศรีศากยมุนี เป็นพระพุทธรูปประทับนั่งขัดสมาธิราบ พระหัตถ์ขวาอยู่ในท่าปางมารวิชัย พระหัตถ์ซ้ายหงายวางบนพระเพลาครองจีวรห่มเฉียง ชายสังฆาฏิยาวลงมาถึงระดับพระนาภีมีปลายเป็นสองแฉกเขี้ยวตะขาบ ลักษณะพระองค์ค่อนข้างสั้นบั้นพระองค์เล็ก พระอังสาใหญ่ หัวพระถันโปน ลักษณะพระพักตร์และพระเศียรที่ปรากฏ คือ พระรัศมีเป็นเวลาสูงตั้งอยู่บนพระอุษณีษะรูปมะนาวตัดเส้นพระศกขมวดเล็กแบบก้นหอย พระพักตร์นั้นเป็นรูปไข่เกือบกลม พระขนงโก่งแยกออกจากกันระหว่างพระขนงมีพระอุณาโลมคั่นอยู่ พระนาสิกงุ้ม   พระโอษฐ์อมยิ้มเล็กน้อย
ที่มา  http://www.siamfreestyle.com